ครม.เห็นชอบ ให้รถส่วนบุคคลเรียกผ่านแอปฯ อย่างถูกกฎหมายได้แล้ว!

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ครม.ไฟเขียวเรียก “รถส่วนบุคคล” ผ่านแอปฯ ถูกกฎหมาย ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยหลังจากนี้จะจัดทำประกาศตามกฎกระทรวงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นอกจากนั้น การขออนุญาตใช้แอปฯและผู้ขับขี่ จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ คาดมีผลบังคับใช้ไม่เกิน กรกฎาคม 2564 นี้ อย่างเร็วสุดภายในมิถุนายน 2564

  • ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ผ่านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพทท์มือถือ)
  • ตัวรถที่สามารถให้บริการได้ มีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 9 ปี มีลักษณะเป็นเก๋ง , แวนสองตอน สามตอน ก็ได้
  • มีการทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพผู้โดยสาร
  • ติดเครื่องหมาย แสดงการรองรับการใช้แอปพลิเคชัน
ภาพ : ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาล

เรียกรถส่วนบุคคลผ่านแอปฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  • ขนาดเล็ก (เครื่องยนต์ 50-90 kW) เช่น March Vios City Mirage
  • ขนาดกลาง (เครื่องยนต์ 90-120 kW) เช่น Altis Civic
  • ขนาดใหญ่ (เครื่องยนต์มากกว่า 120 kW) เช่น Accoord Fortuer

อัตราค่าโดยสาร

  • รถขนาดเล็ก,กลาง : 2 กม.แรก ไม่เกิน 50 บาท ,กม.ต่อๆไป ไม่เกิน 12 บาท , รถติดนาทีละไม่เกิน 3 บาท , ค่าเรียก ไม่เกิน 50 บาท
  • รถขนาดใหญ่ : 2 กม.แรก ไม่เกิน 200 บาท , กม.ต่อๆไปไม่เกิน 50 บาท รถติดนาทีละไม่เกิน 10 บาท ค่าเรียก ไม่เกิน 100 บาท

คุณสมบัติคนขับรถ

  • มีใบขับขี่รถสาธารณะ
  • ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
  • ใช้แอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

ขอขอบคุณเหล่าข่าวจาก : 24hrs.com

6G กำลังมา เริ่มวางมาตรฐานใช้งานร่วม AI เปลี่ยนสู่ยุคเครื่องจักร

ในขณะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ 5G ในช่วงเริ่มต้น ที่ฟินแลนด์กำลังมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องของ 6G เป็นครั้งแรกแล้ว ซึ่งตอนนี้ พวกเขากำลังพิจารณาเอกสารทางวิชาการจำนวนมากเพื่อสร้างข้อกำหนดมาตรฐานที่ 6G น่าจะเป็นและคาดว่าจะเสร็จในปี 2568 และเปิดใช้จริงในปี 2573

นักวิจัยต่าง ๆ คาดว่า การมาของ 6G อาจจะทำให้โทรศัพท์ที่เราถืออยู่ตอนนี้จะหายไปหรือไม่บทบาทของมันก็จะถูกละทิ้งไปเหมือนกล้องฟิล์ม และจะมีวิธีใหม่ ๆ ที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ข้อมูลได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งอุปกรณ์นั้นอาจจะอยู่บนโต๊ะที่บ้านหรืออาจอยู่ที่หน้าต่างรถของเรา

ภาพจาก sea.pcmag.com

นอกจากนี้ 6G อาจได้รับการออกแบบมาสำหรับความถี่เทราเฮิร์ตซ์ซึ่งเป็นส่วนที่สั้นมากของสเปกตรัมวิทยุ และนั่นทำให้ชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถเข้าถึงได้หรือใช้งานได้ และทำให้ต้องคิดค้นชิปรูปใหม่เพื่อรองรับการใช้งาน 6G

ส่วนสำคัญมาตรฐานของ 6G จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความต้องการของมนุษย์แต่เน้นสำหรับเครื่องจักรอัจฉริยะ ลดเวลาการตอบสนองให้เหลือน้อยกว่าหนึ่งมิลลิวินาที ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์อย่างเรารู้สึกไม่ได้เลย แต่มันจะเป็นเวลาที่นานมากสำหรับเครื่องจักร

ตอนนี้ 6G ยังเป็นเหมือนความฝัน แต่เชื่อว่าน่าจะไม่หลุดจากคอนเซ็ปต์เบื้องต้นเท่าไหร่นัก ถึงตอนนั้นเราอาจได้เห็นหุ่นยนต์แบบ Cyberpunk เดินเล่นก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก

ขอบคุณข้อมูลจาก : techhub.in.th

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ : pcmag.com

Android 12 อาจใช้วิธีแชร์รหัส Wi-Fi ได้ผ่านฟีเจอร์ Nearby Share

สำหรับฟีเจอร์การแชร์รหัส Wi-Fi ผ่านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพานั้น มีมาตั้งแต่ระบปฏิบัติการ Android 10 แล้ว โดยใช้วิธีการสแกน QR Code แม้จะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ปลอดภัย แต่ก็ยังเป็นวิธีที่มีข้อบกพร่องอยู่ ฉะนั้น ทาง Google จึงทำการพัฒนาฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานง่ายขึ้น และอาจพบได้ใน Android 12

ภาพจาก : thaiware.com, wikimedia.org , pixabay.com (inaara)

ส่วนใครที่เพิ่งรู้หรือยังไม่รู้จักการแชร์รหัส Wi-Fi ก็ขอเล่าวิธีการพอสังเขปว่า เมื่อใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับ Android 10 เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้ว ให้กดเข้าไปที่ชื่อเครือข่าย Wi-Fi ที่กำลังใช้งาน จากนั้นให้กดที่ Share หรือไอคอนรูป QR Code เพื่อส่งต่อให้ผู้อื่นสแกน หรือจะเซฟเป็นภาพเก็บไว้ก็ได้ แต่ด้วยลักษณะการแชร์ที่สามารถส่งต่อให้ใครก็ได้ ยังไม่มีความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่นัก ทางกูเกิลจึงกำลังพัฒนาโซลูชันใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์ “ Nearby Share” เพื่อการส่งต่อ QR Code รหัส Wi-Fi ได้ง่ายกว่า มีความเป็นส่วนตัว สามารถระบุรายชื่อตามใน Contact ของอุปกรณ์นั้น และยังเพิ่มปุ่มแชร์ด้วย Nearby Share ให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็นเพิ่งการพัฒนาฟีเจอร์ในช่วงต้น จึงยังไม่แน่ชัดว่าการแชร์รหัส Wi-Fi ผ่าน Nearby Share จะปรากฏใน Android 12 หรือไม่ ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันอีกครั้งในช่วงเดือนหน้า เนื่องจากว่าจะเป็นช่วงที่ Android 12 สำหรับ Developer จะเปิดตัวนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
สามารถอ่านที่มาข้อมูลได้ที่ : www.gizchina.com , www.gsmarena.com

 

MediaTek ทำตัวชิป Dimensity 1200 และ 1100 มาพร้อมแกน Cortex A78…

หลังจากที่ได้เปิดตัวชิประดับ 7 นาโนเมตรไปแล้ว ล่าสุด Mediatek ได้เปิดตัว Dimensity 1200 และ 1100 ที่ใช้เทคโนโลยีระดับ 6 นาโนเมตร โดยทั้ง 2 รุ่น มีฮาร์ดแวร์เดียวกัน และใช้แกนซีพียู Cortex-A78 เป็นรุ่นแรกด้วยเช่นกัน

 
 

Mediatek Dimensity 1200

Dimensity 1200 มาพร้อมแกนประมวลผล 8 แกน ได้แก่

  • แกนซีพียูประสิทธิภาพสูง Cortex A78 ความเร็วสูงสุด 3.0 GHz (1 แกน)
  • แกน Cortex A78 ความเร็วสูสุด 2.6 GHz (3 แกน)
  • แกนประหยัดพลังงาน Cortex A55 ความเร็วสูงสุด 2.0 GHz (4 แกน)
  • รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 168 Hz
  • รองรับกล้อง 200 ล้านพิกเซล, บันทึกวิดีโอ 4K แบบ HDR, Dynamic Range กว้างขึ้น 40%

ทาง Mediatek ได้อ่างว่า Dimensity 1200 มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 22% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Dimensity 1000+ ที่มาพร้อมแกน Cortex A77 ความเร็วสูงสุด 2.6 GHz อีกทั้งยังประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่า 25% ด้วย

Mediatek Dimensity 1100

Dimensity 1100 ได้รับการปรับลดสเปกลงเล็กน้อย ดังนี้

  • แกน Cortex A78 ความเร็วสูงสุด 2.6 GHz (4 แกน)
  • แกนประหยัดพลังงาน Cortex A55 ความเร็วสูงสุด 2.0 GHz (4 แกน)
  • รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 144 Hz
  • รองรับกล้อง 108 ล้านพิกเซล, ประมวลภาพ Nigh Shot ดีขึ้น 20%, รองรับ Night Mode แบบ Panorama

จากสเปกข้างต้น ทำให้ Dimensity 1100 มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่า Dimensity 1000+ อยู่ในระดับหนึ่งเช่นกัน

นอกจากนี้ ทั้ง Dimensity 1200 และ 1100 นั้น มาพร้อมชิปกราฟิก Mali-G77 เช่นเดียวกับรุ่นก่อน และตัวถอดรหัส AV1 สำหรับช่วยบันทึกวิดีโอด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก beartai.com

อ่านข้อมูลอ้างอิง gsmarena

ใหม่!! ฟีเจอร์ของ Google Maps แบ่งสถานะสีแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจนมากขึ้น

อีกสิ่งที่ Google Maps ยังไม่มีก็ตคือการบอกพื้นที่รกเป็นป่า หรือทะเลทราย จะทำให้กดแสดงผลถนนได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเดิมทีนมีการแบ่งอยู่แล้วแต่ไม่ได้มีความชัดเจนเท่าไหร่

Google ได้มีการเปิดเผยว่า มีการใช้ Computer Vision ใช้วัดลักษณะตามธรรมชาติจะแยกระหว่าง พื้นที่แล้ง, พื้นที่น้ำแข็ง, ป่า และ ภูเขา โดยจะทำงานคู่กับเทคโนโลยี Color Mapping โดยคาดว่าเฉดสีแบ่งแยกประเภทที่ชัดเจน และคาดว่าจะใช้ได้กับ 220 ประเทศและเขตพื้นที่ที่ Google Maps รองรับรับอีกด้วย

ขอบคุณเหล่งที่มาจาก : Sanook.com

ขอขอบคุณ ข้อมูล :Google