news&event

บทความ

Red Hat เผย 5 เทรนด์เทคโนโลยีที่จะมาในปี 2564

แฟรงค์ เฟลด์มันน์ รองประธาน APAC Office of Technology เร้ดแฮทเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การเปลี่่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทำงานจากที่บ้าน ไปจนถึงความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านการบริการและต้องการประสบการณ์ที่ดีขึ้น ทำให้องค์กรต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น

เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เร้ดแฮทคาดว่าแนวโน้มทางเทคโนโลยีจะยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะการพึ่งพาเทคโนโลยีทวีความสำคัญมากขึ้นในสภาพสังคม และเศรษฐกิจในปัจจุบัน องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่ต้องการอยู่ให้รอดจากสถานการณ์เช่นนี้ควรทบทวนกลยุทธ์ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น โดยอ้างอิงจากแนวโน้มที่เร้ดแฮทคาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้

แฟรงค์ เฟลด์มันน์ รองประธาน APAC Office of Technology เร้ดแฮทเอเชียแปซิฟิก

5G, IoT และ Edge computing คือ สามเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาด

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะพัฒนาเส้นทาง 5G ของตนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บริการ 5G เชิงพาณิชย์ได้เปิดให้บริการแล้วในเก้าประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน และยังมีอีก 12 ประเทศที่ได้ประกาศแผนการทำนองเดียวกันนี้อย่างเป็นทางการ ความพร้อมในการใช้งาน 5G ที่เพิ่มขึ้น

จะช่วยขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ (IoT) และเอดจ์คอมพิวติ้ง (Edge computing) ที่ให้ค่าความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ  เครือข่ายแบนด์วิธที่สูง และรองรับการเข้าถึงอุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 5G, IoT และ Edge computing สามารถนำไปใช้

เพื่อการบริหารจัดการยานพาหนะในอุตสาหกรรมขนส่งได้อย่างชาญฉลาด อุปกรณ์ประมวลผลแบบ edge จะใช้ตรวจสอบระบบยานพาหนะที่สำคัญ ๆ ได้ และสามารถใช้เครือข่าย 5G เพื่อส่งการแจ้งเตือน และติดตามเส้นทางในการขนส่งสินค้า การวางแผนเส้นทางต่าง ๆ รวมถึงอำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างยานพาหนะ

และอุปกรณ์ที่ใช้ IoT ที่อาจส่งผลกระทบหรือได้รับผลกระทบจากยานพาหนะนั้น ๆ เร้ดแฮทคาดการณ์ว่าในปี 2564 องค์กร และเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีการใช้ 5G, IoT และ Edge computing เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อ และเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้งานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากสามเทคโนโลยีนี้

รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์เพื่อคาดการณ์การบำรุงรักษาและการควบคุมคุณภาพ การใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน (Augmented Reality-AR) ในการควบคุมการทำงานจากระยะไกล และ ประสบการณ์เชื่อมต่อ เฉพาะบุคคลเพื่อการมีส่วนร่วมของลูกค้า และซัพพลายเออร์

ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับไฮบริดคลาวด์

ลูกค้าและพนักงานต่างคาดหวังให้มีแอปพลิชั่นทางธุรกิจ และบริการที่มีความพร้อมสูง และมีความปลอดภัยให้ใช้งานได้ตามที่ต้องการเหมือน ๆ กัน เพื่อให้ตอบโจทย์ดังกล่าว เร้ดแฮทแนะนำให้องค์กรต่าง ๆ ใช้ระบบไฮบริดคลาวด์เพื่อให้การทำงานบนทุกสภาพแวดล้อม (เช่น แบบ on-premises, ไพรเวทหรือพับลิคคลาวด์)

เป็นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น  จากรายงาน 2021 Global Tech Outlook ของเร้ดแฮทพบว่าภายใน 12 เดือนข้างหน้า 77% ขององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ตอบแบบสำรวจ มีแผนที่จะใช้แพลตฟอร์มคลาวด์มากกว่าหนึ่งประเภทไม่ว่าจะเป็นไพรเวทและพับลิคคลาวด์

โดยเพิ่มขึ้นจาก 53% จากการสำรวจของปี 2563 จากผลการสำรวจ เหตุผลหลักสามประการที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ใช้งานแอปพลิเคชั่นของตนผ่านไฮบริดคลาวด์ ได้แก่ เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านไอที และเพื่อจัดการรับมือกับปัญหาข้อมูลส่วนบุคคล

ความก้าวหน้าของการใช้ไฮบริดคลาวด์ขององค์กรต่าง ๆ ทำให้เรื่องความปลอดภัยจะยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่องค์กรให้ความสนใจ เกือบครึ่งหนึ่งขององค์กรที่ทำการสำรวจทั่วโลกระบุว่า การรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์เป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญสูงสุดในการลงทุนในปีนี้ ความท้าทายเรื่องความปลอดภัยมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันไป

เช่น อุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้ เน็ตเวิร์ก และความปลอดภัยของข้อมูล  วิธีหนึ่งที่จะเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ได้คือการใช้กรอบการทำงานด้านการรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติแบบเปิด ที่รวมแนวปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันโดยใช้ชุดเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ 

การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้องค์กรสามารถมองเห็นการทำงานทั้งหมดได้ดีขึ้นผ่านฟังก์ชั่นรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ช่วยให้ระบุภัยคุกคาม หรือการโจมตีทางไซเบอร์ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

คลาวด์เนทีฟจะผลักดันให้มีการใช้คอนเทนเนอร์

แอปพลิเคชั่นแบบคลาวด์เนทีฟสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง การนำไปปรับใช้ และการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วด้วยคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการทำงานแบบใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ รวดเร็ว และเชื่อถือได้โดยมีความเสี่ยงน้อยลง  เนื่องจากองค์กรจำนวนมากขึ้นมีการใช้ไฮบริดคลาวด์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับขยาย และความพร้อมใช้งานของแอปพลิเคชั่น ทำให้บรรดาองค์กรที่ใช้การพัฒนาแบบคลาวด์เนทีฟอยู่ในสถานะที่ดีกว่าในการสร้าง และใช้งานแอปพลิเคชั่น ที่สามารถตอบสนองได้ดี และปรับขนาดได้บนคลาวด์ทุกระบบ อีกทั้งยังสามารถทำงานต่อไปได้แม้จะเกิดความเสียหายบางส่วน

คอนเทนเนอร์เป็นเทคโนโลยีหลักที่จะปลดปล่อยคุณประโยชน์ต่าง ๆ ของการพัฒนาระบบคลาวด์เนทีฟ คอนเทนเนอร์ช่วยจัดรวบรวมและแยกแอปพลิเคชั่นด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นแบบรันไทม์ทั้งหมด ทำให้ง่ายต่อการโยกย้ายแอปพลิเคชั่นไปมาระหว่างสภาพแวดล้อมแบบต่าง ๆ

โดยยังคงการทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ นักพัฒนาสามารถใช้คอนเทนเนอร์ในการเปิดใช้และอัพเดตแอปพลิเคชั่น ได้ง่ายขึ้นในรูปแบบของการบริการที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น ไมโครเซอร์วิส แทนที่จะต้องรอการอัพเดทครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว 

การตระหนักว่าคอนเทนเนอร์ช่วยเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ ทำให้ 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคาดหวังจะนำปริมาณงานกว่าครึ่งของตนมาเก็บไว้ในคอนเทนเนอร์ในอีก 12 เดือนข้างหน้า

ระบบอัตโนมัติจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ในขณะที่ลูกค้ามีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สถาปัตยกรรมด้านไอทีเองก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสร้างด้วยเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งองค์กรต่าง ๆ ยังคงจำเป็นต้องสนับสนุนการทำงานจากที่บ้านในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้สามารถรับมือกับความต้องการเหล่านี้

องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจึงหันมาใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อลดความซับซ้อน เพื่อเพิ่มผลผลิต และเพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากระบบอัตโนมัติได้อย่างเต็มที่ จะต้องมีกลยุทธ์การใช้ระบบอัตโนมัติในภาพรวมทั่วทั้งองค์กร แทนที่จะมีการปรับใช้ระบบอัตโนมัติในการทำงานแบบแยกส่วน 

มีองค์กรมากขึ้นที่หันมาใช้ระบบอัตโนมัติร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ และแมชชีนเลิร์นนิ่ง เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกแบบอัตโนมัติเพิ่มเติมขึ้นอีก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจ ธนาคารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบางแห่งใช้ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติที่ทำงานแทนมนุษย์ (Robotic Process Automation: RPA)

เพื่ออนุมัติการสมัครบัตรเครดิต การชำระเงินอัตโนมัติ และการตรวจสอบการอ้างสิทธิ์ เนื่องจาก RPA สามารถเรียนรู้เพิ่ม และลอกเลียนแบบการตัดสินใจ และพฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อสำเนาพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ปฏิบัติตามกฎที่ตั้งไว้ ช่วยลดเวลาในการทำงานเหล่านั้นได้เป็นอย่างมาก

วัฒนธรรมการทำงานแบบเปิดเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้ทันสมัย

ผลการศึกษาในเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่สนับสนุนโดยเร้ดแฮท สำรวจพบว่า 80% ของผู้นำธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกจัดลำดับให้การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในการทำงาน และการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้มีความ
ทันสมัยมากขึ้น มีความสำคัญเท่าเทียมกันในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่  

คุณลักษณะทางวัฒนธรรมที่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงนั้น รวมถึงความสามารถในการปรับใช้การมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กรความโปร่งใส และการทำงานร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหลักการทำงานแบบโอเพ่นซอร์ส องค์กรที่สนับสนุนแนวคิดริเริ่มเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในการทำงาน อันเป็นความพยายามในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน

และสถาปัตยกรรมแอปพลิเคชั่นของตนให้ทันสมัยมาโดยตลอด จะสามารถพัฒนาและส่งมอบแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างฉับไว และควบคุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้เป็นอย่างดี

ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตระหนักดีว่า ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเกิดจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการทางความคิด  เราจึงคาดการณ์ว่าองค์กรต่าง ๆ จะเปิดรับหลักการ กระบวนการ และวัฒนธรรมแบบเปิดมากขึ้นและเมื่อมีการยอมรับแล้ว องค์กรต่าง ๆ จะสามารถรักษาความร่วมมือร่วมใจ

และส่งเสริมให้พนักงานใช้ความคิดและตัวตนที่ดีที่สุดของตนมาใช้ในการทำงาน ซึ่งจะช่วยเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม และรับมือกับความต้องการของลูกค้าและธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างคล่องตัว

เหตุการณ์สำคัญระดับโลกในปี 2563 ทำให้องค์กรต่าง ๆ ตั้งเป้าสนใจเรื่องความอยู่รอดในระยะสั้นเพื่อส่งเสริมความต่อเนื่องทางธุรกิจ ในขณะที่ธุรกิจต่าง ๆ ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ด้วยการนำโซลูชั่นเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่น คล่องตัว

และปรับขยายได้มาใช้กับธุรกิจของตน  องค์กรต่าง ๆ ที่ต้องพัฒนาหรืออัพเดตแผนในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในปี 2564 นี้ ควรจะพิจารณาถึงเทรนด์ต่าง ๆ เช่น 5G และ Edge computing, ไฮบริดคลาวด์ และระบบอัตโนมัติ ที่สามารถช่วยองค์กรได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : itday.in.th

ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com
news

6G กำลังมา เริ่มวางมาตรฐานใช้งานร่วม AI เปลี่ยนสู่ยุคเครื่องจักร

ในขณะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ 5G ในช่วงเริ่มต้น ที่ฟินแลนด์กำลังมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องของ 6G เป็นครั้งแรกแล้ว ซึ่งตอนนี้ พวกเขากำลังพิจารณาเอกสารทางวิชาการจำนวนมากเพื่อสร้างข้อกำหนดมาตรฐานที่ 6G น่าจะเป็นและคาดว่าจะเสร็จในปี 2568 และเปิดใช้จริงในปี 2573

นักวิจัยต่าง ๆ คาดว่า การมาของ 6G อาจจะทำให้โทรศัพท์ที่เราถืออยู่ตอนนี้จะหายไปหรือไม่บทบาทของมันก็จะถูกละทิ้งไปเหมือนกล้องฟิล์ม และจะมีวิธีใหม่ ๆ ที่ทำให้มนุษย์สามารถใช้ข้อมูลได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งอุปกรณ์นั้นอาจจะอยู่บนโต๊ะที่บ้านหรืออาจอยู่ที่หน้าต่างรถของเรา

ภาพจาก sea.pcmag.com

นอกจากนี้ 6G อาจได้รับการออกแบบมาสำหรับความถี่เทราเฮิร์ตซ์ซึ่งเป็นส่วนที่สั้นมากของสเปกตรัมวิทยุ และนั่นทำให้ชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถเข้าถึงได้หรือใช้งานได้ และทำให้ต้องคิดค้นชิปรูปใหม่เพื่อรองรับการใช้งาน 6G

ส่วนสำคัญมาตรฐานของ 6G จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความต้องการของมนุษย์แต่เน้นสำหรับเครื่องจักรอัจฉริยะ ลดเวลาการตอบสนองให้เหลือน้อยกว่าหนึ่งมิลลิวินาที ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์อย่างเรารู้สึกไม่ได้เลย แต่มันจะเป็นเวลาที่นานมากสำหรับเครื่องจักร

ตอนนี้ 6G ยังเป็นเหมือนความฝัน แต่เชื่อว่าน่าจะไม่หลุดจากคอนเซ็ปต์เบื้องต้นเท่าไหร่นัก ถึงตอนนั้นเราอาจได้เห็นหุ่นยนต์แบบ Cyberpunk เดินเล่นก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก

ขอบคุณข้อมูลจาก : techhub.in.th

ติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ : pcmag.com

news

Android 12 อาจใช้วิธีแชร์รหัส Wi-Fi ได้ผ่านฟีเจอร์ Nearby Share

สำหรับฟีเจอร์การแชร์รหัส Wi-Fi ผ่านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพานั้น มีมาตั้งแต่ระบปฏิบัติการ Android 10 แล้ว โดยใช้วิธีการสแกน QR Code แม้จะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ปลอดภัย แต่ก็ยังเป็นวิธีที่มีข้อบกพร่องอยู่ ฉะนั้น ทาง Google จึงทำการพัฒนาฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานง่ายขึ้น และอาจพบได้ใน Android 12

ภาพจาก : thaiware.com, wikimedia.org , pixabay.com (inaara)

ส่วนใครที่เพิ่งรู้หรือยังไม่รู้จักการแชร์รหัส Wi-Fi ก็ขอเล่าวิธีการพอสังเขปว่า เมื่อใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับ Android 10 เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้ว ให้กดเข้าไปที่ชื่อเครือข่าย Wi-Fi ที่กำลังใช้งาน จากนั้นให้กดที่ Share หรือไอคอนรูป QR Code เพื่อส่งต่อให้ผู้อื่นสแกน หรือจะเซฟเป็นภาพเก็บไว้ก็ได้ แต่ด้วยลักษณะการแชร์ที่สามารถส่งต่อให้ใครก็ได้ ยังไม่มีความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่นัก ทางกูเกิลจึงกำลังพัฒนาโซลูชันใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์ “ Nearby Share” เพื่อการส่งต่อ QR Code รหัส Wi-Fi ได้ง่ายกว่า มีความเป็นส่วนตัว สามารถระบุรายชื่อตามใน Contact ของอุปกรณ์นั้น และยังเพิ่มปุ่มแชร์ด้วย Nearby Share ให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็นเพิ่งการพัฒนาฟีเจอร์ในช่วงต้น จึงยังไม่แน่ชัดว่าการแชร์รหัส Wi-Fi ผ่าน Nearby Share จะปรากฏใน Android 12 หรือไม่ ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันอีกครั้งในช่วงเดือนหน้า เนื่องจากว่าจะเป็นช่วงที่ Android 12 สำหรับ Developer จะเปิดตัวนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
สามารถอ่านที่มาข้อมูลได้ที่ : www.gizchina.com , www.gsmarena.com

 
news

MediaTek ทำตัวชิป Dimensity 1200 และ 1100 มาพร้อมแกน Cortex A78…

หลังจากที่ได้เปิดตัวชิประดับ 7 นาโนเมตรไปแล้ว ล่าสุด Mediatek ได้เปิดตัว Dimensity 1200 และ 1100 ที่ใช้เทคโนโลยีระดับ 6 นาโนเมตร โดยทั้ง 2 รุ่น มีฮาร์ดแวร์เดียวกัน และใช้แกนซีพียู Cortex-A78 เป็นรุ่นแรกด้วยเช่นกัน

 
 

Mediatek Dimensity 1200

Dimensity 1200 มาพร้อมแกนประมวลผล 8 แกน ได้แก่

  • แกนซีพียูประสิทธิภาพสูง Cortex A78 ความเร็วสูงสุด 3.0 GHz (1 แกน)
  • แกน Cortex A78 ความเร็วสูสุด 2.6 GHz (3 แกน)
  • แกนประหยัดพลังงาน Cortex A55 ความเร็วสูงสุด 2.0 GHz (4 แกน)
  • รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 168 Hz
  • รองรับกล้อง 200 ล้านพิกเซล, บันทึกวิดีโอ 4K แบบ HDR, Dynamic Range กว้างขึ้น 40%

ทาง Mediatek ได้อ่างว่า Dimensity 1200 มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 22% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Dimensity 1000+ ที่มาพร้อมแกน Cortex A77 ความเร็วสูงสุด 2.6 GHz อีกทั้งยังประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่า 25% ด้วย

Mediatek Dimensity 1100

Dimensity 1100 ได้รับการปรับลดสเปกลงเล็กน้อย ดังนี้

  • แกน Cortex A78 ความเร็วสูงสุด 2.6 GHz (4 แกน)
  • แกนประหยัดพลังงาน Cortex A55 ความเร็วสูงสุด 2.0 GHz (4 แกน)
  • รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 144 Hz
  • รองรับกล้อง 108 ล้านพิกเซล, ประมวลภาพ Nigh Shot ดีขึ้น 20%, รองรับ Night Mode แบบ Panorama

จากสเปกข้างต้น ทำให้ Dimensity 1100 มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่า Dimensity 1000+ อยู่ในระดับหนึ่งเช่นกัน

นอกจากนี้ ทั้ง Dimensity 1200 และ 1100 นั้น มาพร้อมชิปกราฟิก Mali-G77 เช่นเดียวกับรุ่นก่อน และตัวถอดรหัส AV1 สำหรับช่วยบันทึกวิดีโอด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก beartai.com

อ่านข้อมูลอ้างอิง gsmarena

event

เก็บตก! กิจกรรมส่งท้ายปีเก่า2020 ต้อนรับปีใหม่ 2021 ของบริษัทไทยจีพีเอสแทรกเกอร์

กิจกรรมส่งท้ายปีเก่า2020 ต้อนรับปีใหม่ 2021 ของบริษัทไทยจีพีเอสแทรกเกอร์

ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมเพื่อให้ทุกคนได้สนุกสนาน โดยมีประธานในพิธีกล่าวเปิดงานฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในครั้งนี้ กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้กับภายในองค์กรให้กระชับมิตรมากยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมจะประกอบไปด้วย มอบของรางวัลสำหรับผู้โชคดีจากการสุ่มรางวัลของทางบริษัท แลกของขวัญต้อนรับปีใหม่ และรับประทานอาหารร่วมกัน

ภาพประทับใจของกิจกรรม

ภาพรวมของกิจกรรม

กิจกรรมแลกของขวัญต้อนรับปีใหม่

Thai GPS Tracker Corporation Co.,Ltd
สำนักงานใหญ่: 509/48-49 หมู่ 9 หมู่บ้านโครงการเนเจอร์โฮม ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100 ประเทศไทย
Phone Number 093-2197777 |

Copyrights © 2019 All Rights Reserved by Thai GPS Tracker Corporation Co.,Ltd