news&event

บทความ

Update ช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลปัจจุบันเพื่อคนรักทีวิ

โดยปีนี้มี 7 ช่องฟรีทีวีดิจิทัลที่ตัดสินใจคืนช่อง และจอดำ เพื่อรับเงินชดเชย ได้แก่ Spring News 19, Voice TV 21, SPRING 26, MCOT Family 14, BRIGHT TV 20, 3 SD (ช่อง 28), 3 Family (ช่อง 13)
โดยหลังจากคืนช่องแล้ว ทาง กสทช. นำเงินจาก กองทุน กสทช. คืนให้กับผู้ประกอบการที่ขอคืนช่องได้ทันที โดยไม่ต้องรอการจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHz

Apple และ Qualcomm ยุติการฟ้องร้องทั้งหมด เดินหน้าผลิตชิพเซ็ต 5G สำหรับ iPhone ซึ่งส่งผลต่อมือถือ iPhone รุ่นใหม่ iPhone 12 ในปี 2020 ก็เป็นได้

 

สืบเนื่อกจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ออกคำสั่ง ม.44 คืนคลื่นช่องทีวีดิจิทัลได้ โดยเผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม จึงทำให้ 7 ช่องฟรีทีวีดิจิทัลที่ตัดสินใจคืนช่อง และจอดำ เพื่อรับเงินชดเชย ได้แก่ Spring News 19, Voice TV 21, SPRING 26, MCOT Family 14, BRIGHT TV 20, 3 SD (ช่อง 28), 3 Family (ช่อง 13)โดยหลังจากคืนช่องแล้ว ทาง กสทช. นำเงินจาก กองทุน กสทช. คืนให้กับผู้ประกอบการที่ขอคืนช่องได้ทันที โดยไม่ต้องรอการจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHz

โดยปัจจุบันนั้นได้มีช่องที่ได้ออกอากาศทางคลื่นช่องทีวีดิจิทัลดังนี้

นอกจากนี้ยังสามารถรับชมได้ในย่าน C-Band สำหรับในย่าน KU-Band สามารถรับชมได้ในวันที่ 22 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา
ดังนั้นใครที่กำลังรับชมข่าวสารผ่านคลื่นช่องทีวีดิจิทัลอาจจะมีทางเลือกในการรับชมข้อมูลข่าวสารได้มีคุณภาพมากขึ้นและมีการพัฒนา
ช่องทีวีดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้นตามลำดับ

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ,
เหล่งข่าวจาก it24hrs
news

รัสเซียห้ามขายสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์และสมาร์ตทีวีไม่ติดตั้งซอฟต์แวร์รัสเซียเริ่ม 1 ก.ค. 2020

2 พฤศจิกายน ประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซียได้ลงนามในกฎหมายที่กำหนดให้สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และสมาร์ตทีวีทั้งหมดที่จะวางขายในรัสเซียต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ของรัสเซียมาพร้อมกับตัวเครื่อง หรือที่เรียกว่า Pre-installed ซึ่งจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2020 เพื่อในระหว่างนี้รัฐบาลจะใช้เวลาจัดเตรียมแอปทั้งหลายให้พร้อม และบริษัทที่ละเมิดจะถูกปรับเป็นเงินราว 3,100 USD (93,XXX บาท)

เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้เข้ามามีอิทธิพลในรัสเซีย เช่น Apple ของสหรัฐอเมริกา, Samsung จากเกาหลีใต้และ Huawei จากจีน ดังนั้นรัฐบาลจึงนำเสนอกฎหมายนี้เพื่อต้องการช่วยให้บริษัทไอทีของรัสเซียสามารถแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้โดยเฉพาะผู้สูงอายุไม่ต้องยุ่งยากในการดาวน์โหลดติดตั้งแอป เพราะจะติดตั้งมาพร้อมกับอุปกรณ์นั่นเอง

กฎหมายนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านจากผู้ค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยกล่าวว่ารัฐบาลไม่ได้ปรึกษากับผู้ประกอบการก่อน ที่สำคัญมีความกังวลว่าจะเป็นการกดดัน Apple ออกสู่นอกประเทศ เพราะการติดตั้งแอปที่ไม่ใช่คู่ค้า หรือ Third-party ซึ่งไม่ต่างกับการ Jailbreak จะเสี่ยงต่อการคุกคามด้านความปลอดภัย สรุปง่าย ๆ ว่าบริษัทจะถูกฟ้องร้องเสมอเมื่อแอป Third-party ละเมิดข้อมูลหรือสร้างความเสียหายต่อผู้ใช้ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ Apple จะไม่ทนกับเรื่องนี้

นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่ารัสเซียจะมีอิทธิพลเหนือแอปที่รัฐบาลสนับสนุนเพื่อใช้ในการสอดแนมประชาชน เนื่องจากก่อนหน้านี้รัสเซียพยายามควบคุมสอดส่องดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตของประชาชน ในเดือนพฤษภาคมประธานาธิบดีได้ลงนามในกฎหมาย Sovereign Internet หรือ อธิปไตยทางอินเทอร์เน็ต โดยสร้างไฟร์วอลล์ควบคุมการใช้อินทราเน็ตที่ตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตภายนอก ให้ข้อมูลไหลอยู่เฉพาะภายในประเทศเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่ง Human Rights Watch กล่าวว่าเป็นการปิดกั้นการใช้อินเทอร์เน็ตและจะเป็นแบบอย่างที่อันตรายสำหรับประเทศอื่น ๆ

ที่มา : engadgetnationalreview

ขอบคุณเหล่งข้อมูลจาก beartai.com

news

รัฐบาลออสเตรเลียใช้ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะนำเอากล้องมาตรวจจับการกระทำผิดบนท้องถนนอย่างการขับรถเร็วเกินที่กำหนด แต่รัฐบาลออสเตรเลียเป็นเจ้าแรกที่นำเอาเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้งานในการตรวจจับผู้ที่เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ

โครงการนี้ได้เริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม ณ เมือง New South Wales ประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่ได้มีการทดลองใช้มาเป็นเวลา 6 เดือน และในส่วนของผลการทดลองใช้ของโครงการนี้นั้น ทางรัฐบาลออสเตรเลียกล่าวว่ามันสามารถจับผู้กระทำผิด (ผู้ที่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ) ได้กว่า 100,000 รายเลยทีเดียว

ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะทำการบันทึกรูปรถทุกคันที่ผ่านเข้ามาในระยะตรวจจับโดยที่ไม่ได้ทำการบันทึกภาพหน้าตาของผู้ขับขี่แต่อย่างใด มันเพียงแค่จับภาพช่วงมือของผู้ขับขี่ที่ถือโทรศัพท์เอาไว้และใช้ AI ในการวิเคราะห์เพื่อตรวจหาผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์ในขณะขับรถอีกทีหนึ่ง (หลักการทำงานคล้ายกล้องตรวจจับความเร็ว) และหากซอฟต์แวร์ตรวจจับภาพการใช้งานโทรศัพท์ได้ก็จะส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจเช็คอีกรอบก่อนออกที่จะใบสั่ง (หรือใบเตือน) ส่งไปที่บ้าน

โดยคนขับจะได้รับใบเตือนในช่วง 3 เดือนแรกที่กล้องตรวจจับได้ว่ามีการใช้โทรศัพท์เกิดขึ้น หลังจากนั้นจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวน 344 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (คิดเป็นเงินไทยราว 7,070 บาท) และหากพบว่าใช้โทรศัพท์ในเขตโรงเรียนจะต้องจ่ายค่าปรับถึง 457 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 9,400 บาท) และจะถูกตัดแต้มในใบขับขี่อีกด้วย

<iframe width=”560″ height=”315″ src=”https://www.youtube.com/embed/Ty5aHmbOCl0?start=5″ frameborder=”0″ allow=”accelerometer; autoplay; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture” allowfullscreen></iframe>

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้ก็ทำให้ใครหลายคนออกมาโวยวายว่าการกระทำของรัฐบาลนั้นคุกคามความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งทางรัฐบาลออสเตรเลียก็ยืนยันว่ากล้องนี้จะตรวจจับเฉพาะแค่คนขับที่ถือโทรศัพท์เอาไว้ในมือเพียงเท่านั้น และรูปภาพที่ได้ก็จะถูกลบออกไปจากฐานข้อมูลภายในเวลา 1 ชั่วโมงหาก AI ตรวจไม่พบการกระทำความผิด และหากตรวจพบการกระทำผิดแต่ไม่มีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็จะลบภาพทิ้งภายในเวลา 48 ชั่วโมงเช่นกัน

และทางรัฐบาลออสเตรเลียก็ตั้งใจไว้ว่าจะติดตั้งกล้องนี้เพิ่มขึ้นอีก 45 ตัวในเวลา 3 ปีข้างหน้า และกระจายการติดตั้งกล้องตรวจจับการเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถนี้ออกไปตามเมืองต่างๆ ของออสเตรเลียโดยที่ไม่ได้มีการระบุพื้นที่ที่แน่ชัดแต่อย่างใด ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายแรกเริ่มของ Andrew Constance ผู้ดูแลโครงการในเมือง New South Wales ที่กล่าวว่าเขาต้องการที่จะให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความคิดที่ว่าพวกเขาอาจถูกจับได้ (ว่าใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ) อยู่ตลอดเวลา และทำการลดหรือเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ลงในทันที เพราะอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถนั้นแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี และทางรัฐบาลออสเตรเลียก็คาดหวังว่าการนำเอาเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยดูแลพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนก็น่าจะลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ราว 30% ภายในปี 2021

ขอบคุณเหล่งที่มาจาก thaiware

news

จีนประกาศ ซื้อซิมจีน ต้องลงทะเบียนซิมด้วยสแกนใบหน้า

จีนประกาศกฎใหม่ บังคับผู้ซื้อซิมใหม่ในประเทศจีน ต้องลงทะเบียนซิมด้วยสแกนใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตนของคุณ ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน ประกาศใช้กฎนี้ในช่วงเดือนกันยายน แต่มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อ 1 ธันวาคม 2019 เพื่อเป็นการป้องกันการขโมยข้อมูลประจำตัวประชาชน และป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์

 

ซึ่งจีนเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าในการตรวจสอบ ในหลายๆด้าน ทั้งการตรวจสอบเพื่อชำระเงิน และวิธีนี้ก็ช่วยลดปัญหาภัยหลอกลวงจากแก็งค์ คอลเซนเตอร์ ได้อีกด้วย

ขอบคุณเหล่งที่มาจาก it24hrs.com

news

ฟอร์ดเปิดตัว ‘มัสแตง แมค-อี’ เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรก

บริษัทรถยนต์ฟอร์ด (Ford) เปิดตัวรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ หรือ SUV คันแรกของบริษัท โดยใช้ชื่อว่า Mustang Mach-E ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐฯ

Ford ระบุว่า Mustang Mach-E สามารถวิ่งได้ระยะทาง 370 – 480 กม. จากการเติมไฟหนึ่งครั้ง

 

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จะเป็นตัวเร่งให้บริษัทรถยนต์รายใหญ่อื่น ๆ เร่งผลิตรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ออกมามากขึ้น โดยเฉพาะรถเอสยูวีและรถกระบะ

ปัจจุบัน มีรถไฟฟ้าขายในตลาดอเมริกา 18 รุ่น และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 80 รุ่น ภายใน 3 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ยังคงน้อยอยู่เมื่อเทียบกับรถยนต์แบบใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน คือราว 1.2% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด แต่บริษัทวิจัย LMC Automotive คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 7% ภายในปี 2030

 

ขอบคุณเหล่งที่มาจาก VOAThai.com

Thai GPS Tracker Corporation Co.,Ltd
สำนักงานใหญ่: 509/48-49 หมู่ 9 หมู่บ้านโครงการเนเจอร์โฮม ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100 ประเทศไทย
Phone Number 093-2197777 | Fax 052-029830 |


Copyrights © 2019 All Rights Reserved by Thai GPS Tracker Corporation Co.,Ltd